สารดูดความชื้น(ซิลิกา เจล)

 สารดูดความชื้น นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันสินค้าจากความชื้น ที่มาจากแหล่งความชื้นทั้ง 3 ลักษณะ (ตัวสินค้า อากาศภายในบรรจุภัณฑ์ และอากาศแวดล้อม) การใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ดีย่อมลดหรือขจัดแหล่งความชื้นจากอากาศแวดล้อมได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม แหล่งความชื้นจากตัวสินค้าเอง และ อากาศภายในบรรจุภัณฑ์ ในระหว่างการบรรจุนั้นเป็นสิ่งที่ต้องกำจัด หรือจำกัดด้วยสารดูดความชื้นชนิดต่างๆ เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าให้สมบูรณ์อยู่เสมอ สารดูดความชื้นมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด โดยแต่ละชนิดจะมีคุณลักษณะ และความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  1. ซิลิกา เจล (silica gel)

เป็นสารสังเคราะห์ในรูปของซิลิกอนไดออกไซด์ (Silicon Dioxide, SiO2) ที่มีพื้นที่ผิวมากประมาณ 800 ตารางเมตร ต่อ 1 กรัม การดูดความชื้น ของซิลิกา เจล เป็นลักษณะทางกายภาพ (Physical Adsorption) โดยกักเก็บความชื้นไว้ที่โพรงโครงสร้างด้านใน ซิลิกา เจล ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในบรรจุภัณฑ์ ยาและอาหาร โดยปรกติ ซิลิกา เจล สามารถดูดความชื้นได้ระหว่าง 24-40% ของน้ำหนักตัวเอง และมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 c หากอุณหภูมิสูงกว่านี้ ประสิทธิภาพ ในการดูดความชื้นจะลดลงไปเรื่อยๆ และมีโอกาสที่จะคายความชื้น (Desorption) ออกจากตัวเองเช่นกัน โดยเหตุนี้ การใช้ซิลิกา เจล กับประเทศร้อนชื้น ดังเช่นประเทศไทย จึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิรอบข้างของบรรจุภัณฑ์สินค้า นอกจากนี้การใช้ซิลิกา เจล ในระหว่าง การขนส่งสินค้า ระหว่างประเทศที่มีความผันผวน หรือ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ของประเทศไทย และประเทศปลายทาง ย่อมมีโอกาส เสี่ยงต่อ การดูดและคายความชื้นของซิลิกา เจล เป็นอย่างยิ่ง

ซิลิกา เจล ที่ใช้งานอยู่ทั่วๆไปมี 2 ชนิด คือ เม็ดสีใสๆขนาด 2-5 มิลลิเมตร และเม็ดสีน้ำเงิน (Indicating Silica Gel) ขนาดเท่าๆ กัน คุณสมบัติของซิลิกา เจล ทั้ง 2 ชนิดนี้ แตกต่างกันตรงที่มีการเติม Cobalt Chloride ลงไปทำให้มีสีน้ำเงิน บนเม็ดซิลิกา เจล สีน้ำเงินนี้ จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพู เมื่อความชื้นสัมพัทธ์ รอบข้าง สูงขึ้นมากกว่า 40% ซิลิกา เจล ชนิดนี้ มีประโยชน์ ในการสังเกต ได้โดยง่ายว่าสินค้ามีโอกาสเสี่ยงต่อความชื้นมากน้อยเพียงไร หากซิลิกา เจล ที่ใช้ยังคงมีสีน้ำเงิน หรือ ไม่เปลี่ยนสีมากนัก แสดงว่าความชื้น รอบข้างถูกซิลิกา เจล ดูดไว้ และมีระดับความชื้นสัมพัทธ์ ที่ต่ำ ในทางตรงกันข้าม หากสีของซิลิกา เจล เปลี่ยนเป็นสีชมพู แสดงว่า ความชื้นรอบข้างนั้น มีปริมาณที่สูงเกินกว่าที่ซิลิกา เจล จะดูด และควบคุมให้อยู่ในระดับที่ต่ำได้

อย่างไรก็ตาม การใช้ซิลิกา เจล ชนิดสีน้ำเงินนี้ ควรระมัดระวังการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยระดับโลกบางแห่ง เช่น European Commission และ International Agent for Research on Cancer ได้จัด cobalt chloride ไว้อยู่ใน ประเภทของสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง (carcinogen) หากสูดดมเข้าไป และอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้

งานศิลปะและดิจิตอลอาร์ต

มนุษย์มีการพัฒนาเทคนิควิธีการสร้างงานศิลปะมาตลอดเวลา นัยแต่ในสมัยโยราณ ใช้นิ้วมือเขียนสี ป้ายลงบนผนังถ้ำ ต่อมาก็มีการใช้แปรง พู่กัน ดินสอ ฯลฯ มาถึงเครื่องมีอที่ต้องใช้เทคโนโลยี เช่นกล้องถ่ายรูปและกระบวนการล้างอัดขยายรูป เป็นต้น มาถึงยุคดิจิตอลในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้มีการนำเอาคอมพิวเตอร์ มาเป็นเครื่องมือในการสร้างานศิลปะ นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของประวัติศิลปะ ครั้งสำคัญทีเดียว ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์มีความสามารถในการ สร้างภาพต่าง ๆได้ สร้างสีได้จำนวนมหาศาล สร้างเส้น รูปร่าง เปลี่ยนขนาด ย่อขยาย สร้างน้ำหนัก สร้างมิติของภาพได้หลากหลาย สร้างเทคนิคต่าง ๆ ได้ แทบจะกล่าวว่า ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้ผลงานศิลปะจากคอมพิวเตอร์ ยังสามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึก ของภาพ ได้ไม่น้อยกว่าภาพเขียนเลย

อาจจะมีผู้ไม่ยอมรับว่า ดิจิตอลอาร์ตซึ่งสร้างจากคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เป็นศิลปะอย่างแท้จริง เพราะว่า์เป็นสิ่งที่สร้างจากเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ แต่ถ้ามองให้ลึกแล้ว คอมพิวเตอร์ไม่แตกต่างไปจากดินสอ พู่กัน หรือแอร์บรัช เท่าไร เพราะสิ่งหล่านี้ไม่สามารถ สร้างงานศิลปะได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยจินตนาการ การควบคุมจากศิลปิน ฉนั้นผลงานดิจิตอลอาร์ตที่เกิดขึ้นมา ก็เหมือนงานศิลปะอื่น ๆ เพราะเป็นผลิตผลจากสมองมนุษย์ คอมพิวเตอร์เป็นเพียงสื่อถ่ายทอดออกมาเท่านั้น

อุตสาหกรรมแอนนิเมชัน เป็นอุตสาหกรรมประเภทบันเทิง ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพราะนอกจากจะนำรายได้มาสู่ประเทศแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาระความรู้ และแง่มุมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม และวัฒนธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง เช่นอุตสาหกรรมในวงการภาพยนตร์ และโทรทัศน์ ตลอดจนสื่อมัลติมีเดียต่าง มีการศึกษาค้นคว้าและทดลองด้วยการนำเทคโนโลยี ใหม่ๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาและสร้างสรรค์ ดังที่รัฐบาล (SIPA) มีแผนที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแอนนิเมชันขึ้นในภูมิภาคนี้ใน 3 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันด้วยวิวัฒนาการและความสามารถของผู้ประกอบการและผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยในการสร้างให้มีความสมจริงหรือเสมือนจริงมากขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากการประสมประสานกับความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ประกอบเข้ากับการนำอุปกรณ์เครื่องมือที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยในการสร้างภาพแอนนิเมชัน สร้างการเคลื่อนไหวและสามารถถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว แอนนิเมชันจึงเป็นส่วนหนี่งในการเข้าไปช่วยเพิ่ม เสริมเติมแต่งให้สมจริงมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการประหยัดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย